The Book of Eli (ตำรากลับชะตาโลก)

The Book of Eli (ตำรากลับชะตาโลก)

หนังเรื่อง The Book of Eli หนังสือกลับชะตาโลก ได้เล่าถึงโลกหลังจากการเกิดการสู้รบครั้งใหญ่ โดยโลกถูกเปลี่ยนแปลงจากเคยสมบูรณ์บริบูรณ์มาสู่โลกที่เต็มไปด้วยการฉกฉวยสิ่งที่เคยไม่มีคุณค่าทุกสิ่ง และก็ทาง อีไล เขาได้เริ่มเริ่มเดินทางภายหลังจากการเกิดเรื่องคราวนั้นเป็นระยะเวลานาน ด้วยการเดินเท้าเพื่อมุ่งลงทางทิศตะวันตกด้วยเหตุผลบางสิ่งบางอย่าง แล้วก็สิ่งที่เขานำติดตัวอยู่เสมอเป็นหนังสือ โดยว่ากันว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่มีอำนาจถึงกับขนาดเปลี่ยนชะตาชีวิตของมนุษยชาติได้ ส่วนทางที่เขาเดินทางผ่านนั้นมิได้ราบรื่นนัก เรียกได้เลยว่าเป็นทางที่เต็มไปด้วยปัญหาตลอดระยะเวลา อีไลจำต้องเผชิญกับความยากแค้นของตนรวมทั้งผู้คนรอบตัว มลภาวะ การฉกฉวย ชิงทรัพย์ฆ่า รวมถึงเรื่องที่หนักที่สุดคือเมื่อมนุษย์จะต้องเริ่มหันมากินเนื้อคนร่วมกันเอง แล้วก็เขาได้เดินทางมาเรื่อยกระทั่งมาถึงเมืองหนึ่งที่ถูกดูแลด้วย คาไนจี เขาเป็นผู้ที่ถูกใจสะสมหนังสือแล้วก็หนังสือที่คาไนจีได้หมายมั่นอยู่ซึ่งก็คือหนังสือที่อีไลพกประจำตัวอยู่นั่นเอง ฉะนั้นก็เลยเป็นจุดเริ่มแรกที่เอามาสู่การไล่ล่าเพื่อแย่งหนังสือ ส่วนทางอีไลก็จำเป็นที่จะต้องเดินไปยังทิศตะวันตกท่ามกลางการตามล่าของคาไนจี เป็นปัญหาที่พบแล้วพบอีกจนกระทั่งมาพบปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างคาไนจี สามารถติดตามได้ว่าอีไลจะสามารถรอดจากโลกที่เต็มไปด้วยความเสียหายอย่างงี้ได้ไหมกับหนังเรื่อง The Book of Eli ตำรากลับชะตาโลก

โดยตัวหนังเรื่อง The Book of Eli คู่มือกลับชะตาโลก มีการถ่ายทำทั้งยังภาพแล้วก็ฉากด้วยโทนสีซีเปียทั้งยังเรื่อง ทำให้โทนของหนังมีความสิ้นหวังรวมทั้งมองอึมครึมแทบจะตลอดทั้งเรื่อง เป็นการสื่อถึงความกลัดกลุ้มของโลก แล้วก็ฉากหลักของหนังจะเน้นย้ำเป็นฉากตอนกลางวันแม้กระนั้นบรรยากาศในช่วงเวลากลางวันกลับมองมืดมนกระทั่งทำให้ผู้ชมได้รับทราบถึงแรงกดดันของตัวหนังได้อย่างดีเยี่ยม นอกเหนือจากนั้นหนังยังแทรกการประชดประชันไปที่การบริโภคของผู้คนในปัจจุบัน เนื่องจากในฉากหนึ่งที่ผู้แสดงหญิงเป็นคนกำเนิดในสมัยข้างหลังการสู้รบได้ถามกับตัวอีไลว่า ตนไม่เคยมองเห็นโลกก่อนจะมีการกำเนิดการสู้รบแต่ว่าต้องการฟังว่าโลกสมัยก่อนนั้นสมบูรณ์บริบูรณ์แค่ไหน อีไลได้เล่าว่าโลกในสมัยนั้นมีการบริโภคอย่างสุรุ่ยสุร่ายอีกทั้งของมีราคารวมทั้งของไร้ค่า และก็ทิ้งขว้างข้าวของต่างๆเป็นอันมาก ซึ่งต่างจากโลกข้างหลังการทำศึกทุกๆอย่างที่ของทั้งหมดทุกอย่างเริ่มมีค่า ราคาแพง ไม่ว่าของชิ้นนั้นจะไม่มีคุณค่าเท่าใดก็ได้รับคุณประโยชน์จากมนุษย์ ถ้าให้เปรียบถึงการให้ค่าจากที่อีไลบอกก็สามารถยกตัวอย่างได้ว่าแม้กระทั้งทิชชู่เปียกของยุคนี้ที่แจกในห้องอาหารก็เปลี่ยนเป็นข้าวของที่มีค่าในโลกหลังสงคราม โดยหายนะต่างๆนั้นก็มีเหตุมาจากความสามารถของผู้คนเองที่เน้นแต่ว่าทางวัตถุ ความประพฤติปฏิบัติกลุ่มนี้ก็เช่นเดียวกับการที่อีไลรอคุ้มครองป้องกันหนังสือจากคาไนจีที่บากบั่นแก่งแย่งไป แม้กระนั้นก็ลืมเช่นกันว่าหนังสือก็เป็นเพียงแค่วัตถุ พัสดุหรือภาพลักษณ์ด้านนอกเพียงแค่นั้นที่ทำให้โดนจับตามอง แต่สิ่งจำเป็นที่สุดของหนังสือเป็นรายละเอียดภายในต่างหากที่ผู้คนต่างหลงๆลืมๆไป

หนังเรื่อง The Book of Eli หนังสือกลับชะตาโลก ได้มีการสื่อให้มองเห็นถึงความหมดกำลังใจ ความดิ้นรนสังหารของมนุษย์ ในภาวะชีวิตความเป็นอยู่ที่อดอยาก ไปจนกระทั่งการใช้กำลังโดยขาดความเข้าใจและก็ที่ยึดเหนี่ยว ด้วยเหตุดังกล่าวหัวข้อของหนังก็เลยเป็นการเสนอประเด็นของศาสนามาเป็นหัวข้อสำคัญอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งนั่นเป็นนักแสดงคนที่นำพาหนังสือเล่มหนึ่งไปยังสถานที่หนึ่ง เพราะเหตุว่ามีการแสดงถึงภาพของความหวังบนทางที่ไม่มีซึ่งความปรารถนาอยู่เสมอเวลา ส่วนการนำเสนอภาพทิวทัศน์รวมทั้งบรรยากาศในหนังถึงจะงดงามแต่มันก็เต็มไปด้วยความแห้งและมีซากปรักหักพังตลอด ทำให้ผู้ชมสามารถอินกับฉากต่างๆในเรื่องได้อย่างดีเยี่ยม